10. การให้คำนิยามเชิงปฏิบัติที่ใช้ในการวิจัย (Operational
Defenitions)
http://blog.eduzones.com/jipatar/85921 ได้รวบรวมและกล่าวถึงการให้คำนิยามเชิงปฏิบัติที่ใช้ในการวิจัย (Operational Defenitions)ไว้ว่าในการวิจัย อาจมี ตัวแปร (variables) หรือคำ (terms) ศัพท์เฉพาะต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องให้คำจำกัดความอย่างชัดเจน ในรูปที่สามารถสังเกต (observation) หรือวัด (measurement) ได้ ไม่เช่นนั้นแล้ว อาจมีการแปลความหมายไปได้หลายทาง ตัวอย่างเช่น คำว่า คุณภาพชีวิต, ตัวแปรที่เกี่ยวกับความรู้ ทัศนคติ , ความพึงพอใจ, ความปวด เป็นต้น
http://blog.eduzones.com/jipatar/85921 ได้รวบรวมและกล่าวถึงการให้คำนิยามเชิงปฏิบัติที่ใช้ในการวิจัย (Operational Defenitions)ไว้ว่าในการวิจัย อาจมี ตัวแปร (variables) หรือคำ (terms) ศัพท์เฉพาะต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องให้คำจำกัดความอย่างชัดเจน ในรูปที่สามารถสังเกต (observation) หรือวัด (measurement) ได้ ไม่เช่นนั้นแล้ว อาจมีการแปลความหมายไปได้หลายทาง ตัวอย่างเช่น คำว่า คุณภาพชีวิต, ตัวแปรที่เกี่ยวกับความรู้ ทัศนคติ , ความพึงพอใจ, ความปวด เป็นต้น
http://cai.md.chula.ac.th/lesson/research/re12.htm#06-1 ได้รวบรวมและกล่าวถึงการให้คำนิยามเชิงปฏิบัติที่ใช้ในการวิจัย (Operational
Defenitions)ไว้ว่า ในการวิจัย อาจมี
ตัวแปร (variables) หรือคำ (trms) ศัพท์เฉพาะต่าง
ๆ ที่จำเป็นต้องให้คำจำกัดความอย่างชัดเจน ในรูปที่สามารถสังเกต (observation)
หรือวัด (measurement) ได้ ไม่เช่นนั้นแล้ว
อาจมีการแปลความหมายไปได้หลายทาง ตัวอย่างเช่น คำว่า คุณภาพชีวิต, ตัวแปรทีเกี่ยวกับความรู้ (ความรู้สูง, ปานกลาง,
ต่ำ) ทัศนคติ (ดี-ไม่ดี), ความพึงพอใจ,
ความปวด เป็นต้น
http://www.banprak-nfe.com/webboard/index.php?topic=167.0
ได้รวบรวมและกล่าวถึงการให้คำนิยามเชิงปฏิบัติที่ใช้ในการวิจัย (Operational Defenitions)ไว้ว่านักวิจัยต้องทำความเข้าใจความหมายของศัพท์ต่าง
ๆ ในการวิจัย เพื่อนำไปใช้ในการเขียนรายงานวิจัยที่ถูกต้อง
รวมทั้งสื่อให้ผู้อ่านงานวิจัยเข้าใจ ศัพท์ที่ใช้บ่อย ได้แก่
1. แนวคิด หมายถึง คำ วลี ที่กล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีขอบเขตไม่ชัดเจนนัก การตีความขึ้นกับความรู้และประสบการณ์ของผู้อ่าน
2. คำนิยามปฏิบัติการ (Operational definition) เป็นการให้ความหมายของคำที่เป็นแนวคิด ออกมาในลักษณะที่วัดได้ สังเกตได้ เพื่อให้มีความหมายที่แน่นอนมีขอบเขตเป็นอย่างเดียวกัน จะได้ไม่เกิดความคลาดเคลื่อนในงานวิจัย ทำให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายตรงกัน การให้ความหมายของคำในเชิงปฏิบัติการจะต่างไปจากความหมายเชิงทฤษฎี คือ จะเน้นที่การวัด การสังเกตที่ปฏิบัติได้แต่คำนิยามที่ให้ต้องไม่ขัดกับความหมายเชิงทฤษฎี
3. ตัวแปร (Variables) หมายถึงสิ่งที่เปลี่ยนค่าได้เป็นหลายค่า เป็นลักษณะคุณภาพ คุณสมบัติของบุคคล สิ่งของ หรือสิ่งสนใจจะนำมาศึกษาที่สามารถนับได้ วัดได้ และแจกแจงได้หลายค่า ในการทำวิจัย เมื่อนำแนวคิดมาระบุนิยามปฏิบัติการแล้ว จะกลายเป็นรูปของตัวแปร โดยทั่วไปตัวแปรมี 3 ชนิด คือตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม และตัวแปรภายนอกหรือตัวแปรแทรกซ้อน
4. ค่าสังเกต (Observation) หมายถึง ค่าที่วัดได้ของตัวแปร วัดได้จากตัวอย่างแต่ละหน่วย
5. ข้อมูล (data) หมายถึง ชุดของค่าสังเกตที่วัดได้ จากกลุ่มตัวอย่าง ชุดหนึ่ง ๆ
6. หน่วยวิจัย (Subject) หมายถึง หน่วยเบื้องต้นมีลักษณะที่ผู้วิจัยสนใจศึกษา อาจเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ได้
7. ตัวอย่าง (Sample) หมายถึง ลักษณะที่ผู้วิจัยศึกษา ได้มาจากการเลือกมาเพียงบางส่วนของประชากร โดยมุ่งหมายว่าตัวอย่างที่เลือกมาจะเป็นตัวแทนของประชากร
8. ประชากร (population) หมายถึง หน่วยทั้งหมดที่มีลักษณะที่ผู้วิจัยสนใจจะศึกษา
9. ประชากรเป้าหมาย (target population) หมายถึงประชากร ที่ผู้วิจัยกำหนดขอบเขตหรือคุณสมบัติขึ้น โดยมีความมุ่งหมายจะให้ผลการวิจัยสามารถนำมาสรุปรวมกลุ่มประชากรเป้าหมายนี้ด้วย
10. การเลือกตัวอย่าง (sampling) เป็นวิธีการเลือกบางส่วนของประชากรขึ้นมาศึกษา ซึ่งทำได้หลายวิธี เป็นต้นว่ากำหนดลงไปเลยว่าต้องการหน่วยใด ของประชากรบ้าง หรือใช้การจับฉลาก หรือการกำหนดโควต้า เป็นต้น
11. การเป็นตัวแทน (representativeness) ในการวิจัยหมายถึง การที่ตัวอย่างหรือหน่วยวิจัย มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับคุณสมบัติของประชากร การจะเป็นตัวแทนประชากรได้นั้น การเลือกตัวอย่างจะต้องใช้เทคนิคที่เหมาะสม ซึ่งการจะใช้เทคนิคการเลือกตัวอย่างแบบใด ขึ้นกับลักษณะของประชากร และคุณสมบัติที่ต้องการจะศึกษา
12. การสุ่ม (randomization) เป็นวิธีการที่ทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน ของการที่แต่ละหน่วยของประชากรจะถูกเลือกมาเป็นตัวอย่าง และ/หรือแต่ละหน่วยของตัวอย่างจะถูกจัดเข้าไว้ในกลุ่มหรือของการศึกษา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดอคติที่จะเกิดขึ้นจากการเลือก วิธีการดังกล่าวอาจใช้การจับฉลาก ทอดลูกเต๋า หรือใช้ตารางเลขสุ่ม
13. ตัวอย่างสุ่ม (random sampling) หมายถึงตัวอย่างที่ถูกเลือกมาจากประชากร โดยวิธีแต่ละหน่วยของประชากร มีโอกาสในการถูกเลือกเท่าเทียมกัน
14. การออกแบบการวิจัย (research design) เป็นแนวทางในการดำเนินการวิจัยในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกกลุ่มตัวอย่าง การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล โดยนักวิจัยต้องออกแบบการวิจัยเพื่อมุ่งในการหาคำตอบที่จะตอบ วัตถุประสงค์การวิจัยที่ดีที่สุด
15. โครงการวิจัย (research proposal) เป็นแผนการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างละเอียดถึงขั้นตอนของการทำวิจัยทุกขั้น โครงการวิจัยจะสื่อถึงปัญหาวิจัย ความสำคัญและประโยชน์ในการศึกษา การเขียนมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการขออนุมัติทำการศึกษา หรือเขียนขอทุนในการทำวิจัย และเป็นแม่แบบในการดำเนินการวิจัย
16. การจัดกระทำ (Manipulation) หมายถึง สภาพการณ์หรือการกระทำที่ผู้วิจัยจัดขึ้น เพื่อการควบคุม หรือการกำหนดค่าตัวแปรอิสระ ในการวิจัยแบบทดลองหรือกึ่งทดลอง เพื่อวัดค่าจะมีผลใดเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ
17. สิ่งทดลอง (Treatment) หมายถึง สิ่งที่ผู้วิจัยให้กลุ่มตัวอย่างทดลอง เพื่อเป็นการควบคุมหรือกำหนดค่าตัวแปรอิสระในการวิจัยทดลองหรือกึ่งทดลอง
18. ความเที่ยง (reliability) หมายถึง ระดับความสม่ำเสมอ หรือความคงที่ที่เครื่องมือวิจัยวัดค่าของสิ่งที่ต้องการวัด
19. ความตรง (Validity) หมายถึง ระดับความสมารถในการวัดที่เครื่องมือวิจัยจะวัดค่าของสิ่งต้องการได้ตรงความเป็นจริง
20. ระดับความมีนัยสำคัญ (The level significant) หมายถึงระดับที่สามารถยอมให้มีการคลาดเคลื่อนได้ คิดเป็นร้อยละเท่าไร
1. แนวคิด หมายถึง คำ วลี ที่กล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีขอบเขตไม่ชัดเจนนัก การตีความขึ้นกับความรู้และประสบการณ์ของผู้อ่าน
2. คำนิยามปฏิบัติการ (Operational definition) เป็นการให้ความหมายของคำที่เป็นแนวคิด ออกมาในลักษณะที่วัดได้ สังเกตได้ เพื่อให้มีความหมายที่แน่นอนมีขอบเขตเป็นอย่างเดียวกัน จะได้ไม่เกิดความคลาดเคลื่อนในงานวิจัย ทำให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายตรงกัน การให้ความหมายของคำในเชิงปฏิบัติการจะต่างไปจากความหมายเชิงทฤษฎี คือ จะเน้นที่การวัด การสังเกตที่ปฏิบัติได้แต่คำนิยามที่ให้ต้องไม่ขัดกับความหมายเชิงทฤษฎี
3. ตัวแปร (Variables) หมายถึงสิ่งที่เปลี่ยนค่าได้เป็นหลายค่า เป็นลักษณะคุณภาพ คุณสมบัติของบุคคล สิ่งของ หรือสิ่งสนใจจะนำมาศึกษาที่สามารถนับได้ วัดได้ และแจกแจงได้หลายค่า ในการทำวิจัย เมื่อนำแนวคิดมาระบุนิยามปฏิบัติการแล้ว จะกลายเป็นรูปของตัวแปร โดยทั่วไปตัวแปรมี 3 ชนิด คือตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม และตัวแปรภายนอกหรือตัวแปรแทรกซ้อน
4. ค่าสังเกต (Observation) หมายถึง ค่าที่วัดได้ของตัวแปร วัดได้จากตัวอย่างแต่ละหน่วย
5. ข้อมูล (data) หมายถึง ชุดของค่าสังเกตที่วัดได้ จากกลุ่มตัวอย่าง ชุดหนึ่ง ๆ
6. หน่วยวิจัย (Subject) หมายถึง หน่วยเบื้องต้นมีลักษณะที่ผู้วิจัยสนใจศึกษา อาจเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ได้
7. ตัวอย่าง (Sample) หมายถึง ลักษณะที่ผู้วิจัยศึกษา ได้มาจากการเลือกมาเพียงบางส่วนของประชากร โดยมุ่งหมายว่าตัวอย่างที่เลือกมาจะเป็นตัวแทนของประชากร
8. ประชากร (population) หมายถึง หน่วยทั้งหมดที่มีลักษณะที่ผู้วิจัยสนใจจะศึกษา
9. ประชากรเป้าหมาย (target population) หมายถึงประชากร ที่ผู้วิจัยกำหนดขอบเขตหรือคุณสมบัติขึ้น โดยมีความมุ่งหมายจะให้ผลการวิจัยสามารถนำมาสรุปรวมกลุ่มประชากรเป้าหมายนี้ด้วย
10. การเลือกตัวอย่าง (sampling) เป็นวิธีการเลือกบางส่วนของประชากรขึ้นมาศึกษา ซึ่งทำได้หลายวิธี เป็นต้นว่ากำหนดลงไปเลยว่าต้องการหน่วยใด ของประชากรบ้าง หรือใช้การจับฉลาก หรือการกำหนดโควต้า เป็นต้น
11. การเป็นตัวแทน (representativeness) ในการวิจัยหมายถึง การที่ตัวอย่างหรือหน่วยวิจัย มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับคุณสมบัติของประชากร การจะเป็นตัวแทนประชากรได้นั้น การเลือกตัวอย่างจะต้องใช้เทคนิคที่เหมาะสม ซึ่งการจะใช้เทคนิคการเลือกตัวอย่างแบบใด ขึ้นกับลักษณะของประชากร และคุณสมบัติที่ต้องการจะศึกษา
12. การสุ่ม (randomization) เป็นวิธีการที่ทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน ของการที่แต่ละหน่วยของประชากรจะถูกเลือกมาเป็นตัวอย่าง และ/หรือแต่ละหน่วยของตัวอย่างจะถูกจัดเข้าไว้ในกลุ่มหรือของการศึกษา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดอคติที่จะเกิดขึ้นจากการเลือก วิธีการดังกล่าวอาจใช้การจับฉลาก ทอดลูกเต๋า หรือใช้ตารางเลขสุ่ม
13. ตัวอย่างสุ่ม (random sampling) หมายถึงตัวอย่างที่ถูกเลือกมาจากประชากร โดยวิธีแต่ละหน่วยของประชากร มีโอกาสในการถูกเลือกเท่าเทียมกัน
14. การออกแบบการวิจัย (research design) เป็นแนวทางในการดำเนินการวิจัยในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกกลุ่มตัวอย่าง การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล โดยนักวิจัยต้องออกแบบการวิจัยเพื่อมุ่งในการหาคำตอบที่จะตอบ วัตถุประสงค์การวิจัยที่ดีที่สุด
15. โครงการวิจัย (research proposal) เป็นแผนการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างละเอียดถึงขั้นตอนของการทำวิจัยทุกขั้น โครงการวิจัยจะสื่อถึงปัญหาวิจัย ความสำคัญและประโยชน์ในการศึกษา การเขียนมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการขออนุมัติทำการศึกษา หรือเขียนขอทุนในการทำวิจัย และเป็นแม่แบบในการดำเนินการวิจัย
16. การจัดกระทำ (Manipulation) หมายถึง สภาพการณ์หรือการกระทำที่ผู้วิจัยจัดขึ้น เพื่อการควบคุม หรือการกำหนดค่าตัวแปรอิสระ ในการวิจัยแบบทดลองหรือกึ่งทดลอง เพื่อวัดค่าจะมีผลใดเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ
17. สิ่งทดลอง (Treatment) หมายถึง สิ่งที่ผู้วิจัยให้กลุ่มตัวอย่างทดลอง เพื่อเป็นการควบคุมหรือกำหนดค่าตัวแปรอิสระในการวิจัยทดลองหรือกึ่งทดลอง
18. ความเที่ยง (reliability) หมายถึง ระดับความสม่ำเสมอ หรือความคงที่ที่เครื่องมือวิจัยวัดค่าของสิ่งที่ต้องการวัด
19. ความตรง (Validity) หมายถึง ระดับความสมารถในการวัดที่เครื่องมือวิจัยจะวัดค่าของสิ่งต้องการได้ตรงความเป็นจริง
20. ระดับความมีนัยสำคัญ (The level significant) หมายถึงระดับที่สามารถยอมให้มีการคลาดเคลื่อนได้ คิดเป็นร้อยละเท่าไร
สรุป
การให้คำนิยามเชิงปฏิบัติที่ใช้ในการวิจัย (Operational Defenitions)ในการวิจัย อาจมี ตัวแปร (variables) หรือคำ (trms) ศัพท์เฉพาะต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องให้คำจำกัดความอย่างชัดเจน ในรูปที่สามารถสังเกต
(observation) หรือวัด (measurement) ได้
ไม่เช่นนั้นแล้ว อาจมีการแปลความหมายไปได้หลายทาง ตัวอย่างเช่น คำว่า คุณภาพชีวิต,
ตัวแปรทีเกี่ยวกับความรู้ (ความรู้สูง, ปานกลาง,
ต่ำ) ทัศนคติ (ดี-ไม่ดี), ความพึงพอใจ,
ความปวด เป็นต้น
เอกสารอ้างอิง
http://blog.eduzones.com /jipatar/85921 เข้าถึงเมื่อวันที่ 29/11/2012
http://cai.md.chula.ac.th /lesson/research/re12.htm#06-1
เข้าถึงเมื่อวันที่ 29/11/2012
http://www.banprak-nfe.com /webboard/index.php?topic=167.0
เข้าถึงเมื่อวันที่ 29/11/2012
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น